วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

กลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์ให้กับตราสินค้า ตามกระแส CSR & CSV


Corporate Social Responsibility CSR

หมายถึง ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร ซึ่งคือการดำเนินกิจการภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดี โดยรับผิดชอบสังคมและสิ่งเเวดล้อมทั้งในระดับไกลและใกล้ อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน"
ในยุคของการแข่งขันที่นักการตลากต้องเข้าไปให้ถึงจิตวิญญาณของผู้บริโภค การทำกิจกรรมที่สอดคล้องและยึดกรอบแนวคิดของการทำ CSR น่าจะกลายเป็นเทรนด์ ที่นักการตลาดและนักโฆษณา ต่างก็คิดและพํฒนา เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าและใช้ยืนร่วมกันในจุดที่ปลอดภัยและ Branding ถูกมองว่า "เป็นคนดี" อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สามารถคิดค้นเพียง1 ครั้ง

แต่ใช้สื่อสารกับลูกค้าได้ตลอดไป หากมีใครตั้งคำถามว่า หากเราต้องการภาพลักษณ์ที่ดีแบบยั่งยืนที่มาพร้อมผลกำไร ฟังดูอาจโลภเกินไป แต่หลักการ การทำ CSR ที่ถูกต้องนั่นสามารถทำได้ โดยคุณต้องวางแผนให้ขบวนการทั้งหมดสะท้อนกลับไปหา BRAND และคุณต้องเข้าใจในหลักการและแนวคิดโดยแท้จริงและค้นหากลยุทธ์ที่สอดคล้องไปกับคำมั่นสัญญาที่ Brand ได้เคยให้ไว้กับลูกค้า

ความสำคัญของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ
หากพิจารณาแยกเป็นรายคำศัพท์ คำว่า Corporate มุ่งหมายถึงกิจการที่ดำเนินไปเพื่อ
แสวงหาผลกำไร ส่วนคำว่า Social ในที่นี้ มุ่งหมายถึงกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์ กัน หรือมีวิธีร่วมกัน
ทั้งโดยธรรมชาติหรือโดยเจตนารวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นและสิ่งแวดล้อม ที่อยู่ร่ายร้อมประกอบ
และคำว่า  Responsibility มุ่งหมายถึงการยอมรับทั้งผลที่ไม่ดีและผลที่ดีในกิจการที่ได้ทำลงไปหรือ
ที่อยู่ในความดูแลของกิจการนั้น ๆ ตลอดจนการรับภาระหรือเป็นธุระดำเนินการป้องกัน
และปรับปรุงแก้ไขผลที่ไม่ดีรวมถึงการสร้างสรรค์และบำรุงรักษาผลที่ดีซึ่งส่งกระทบไปยังผู้มีส่วน

ประเภทของ CSR

In process หมายถึง กิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสิ่งแวดล้อม
ขององค์กร เช่น การดูแลสวัสดิการพนักงาน, การผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม, ความรับผิดชอบต่อลูกค้า
After process หมายถึง กิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่ไม่เกี่ยว
กับการดำเนินงานขององค์กรโดยตรง เช่น การปลูกป่า, การบริจาคทุนการศึกษา,การรณรงค์สร้างจิตสำนึก,
การช่วยเหลือผู้ประสบภัย
As Process หมายถึง องค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยไม่มุ่งหวังผลกำไร
 เช่น มูลนิธิ หรือ สมาคมการกุศลต่างๆ

หลักการและแนวคิดของ CSR

 1. การกำกับดูเเลกิจการที่ดี
 2. การประกอบธุรกิจด้วยความเป็นธรรม
 3. การเคารพสิทธิและการปฎิบัติต่อเเรงงานอย่างเป็นธรรม
 4. ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
 5. การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม
 6. การดูเเลรักษาสิ่งเเวดล้อม
 7. การเผยเเพร่นวัตกรรมจากการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคม
 8. การจัดทำรายงานด้านสังคมและสิ่งเเวดล้อม

คอตเลอร์และลีได้กำหนดรูปแบบของการดำ เนินกิจกรรม CSR เรียกว่า CSI: corporate
Social Initiatives โดยให้ความหมายไว้ว่า CSI เป็นกิจกรรมหลักที่ดำเนินโดยบริษัท เพื่อสนับสนุนประเด็นทางสังคม
โดย สามารถ แบ่งแยกไว้  6 ประเภท ดังนี้
   
       1.การสนับสนุนโครงการที่ทำให้บุคคลมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
        (Corporate Social Marketing: CSM)
       2. การเป็นผู้สนับสนุนในการโปรโมทกิจกรรมเพื่อสังคมหรือตัวองค์กร
       (Cause Promotion/ Cause Marketing)
       3.การบริจาคเงินจากส่วนแบ่งการขายสินค้าหรือบริการภายในช่วงเวลาที่กำหนดให้กับองค์กรทาง
         สังคม (Cause Related Marketing)
       4.การบริจาคเงินให้กับมูลนิธิหรือองค์กรสาธารณกุศล (Corporate Philanthropy)
       5.การสนับสนุนให้ พนักงานของบริษัท เป็นอาสาสาสมัครเพื่อร่วมกิจกรรมทางสังคมกับ
        ชุมชน (Community Volunteering)
       6. การลงทุนหรือการเปลี่ยนแปลงการดําเนินงานของบริษัท(Socially Responsible Business Practices)
         เช่น การใช้วัสดุรีไซเคิลหรือลดการใช้ บรรจุภัณฑ์ เพื่อแสดงออกถึงการทาธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

และไม่ว่าคุณจะเลือกรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ว่า จะผ่านประเด็นใดก็ตามที่กล่าวไว้สิ่งที่คุณต้องคำนึงถึงและให้ความสัมพันธ์คือ

Stake Holders ทั้ง 3 ระยะ อันประกอบด้วย องค์กร สังคมใกล้ และสังคมไกล การคิดริเริ่ม การวางกิจกรรม การสื่อสาร ที่ต้องกระทบและต้องมีความสัมพันธ์กัน และที่สำคัญที่สุดคือ  ธุรกิจ และตราสินค้า ต้องมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน สามารถ กระทบหากันได้ทันที เมื่อผู้บริโภค รับรู้ถึงกิจกรรมนั้น และสามารถ ตระหนักรู้ได้ว่า กิจกรรมดังกล่าว เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของ Brand นั้น   และในปัจจุบัน นักวิชาการและนักการตลาดที่มีชื่อชื่อเสียงต่างก็ออกมาให้กรอบแนวคิดที่พํฒนาจากคำว่า CSR ให้กล่าวเข้าสู่ CSV : Creating Shared Value ที่เน้น มูลค่าที่ใช้ร่วมกัน ไม่ได้เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมหรือความใจบุฐศุลทานหรือแม้แต่การพัฒนาแบบ  ยั่งยืน แต่เป็น วิธีการใหม่เพื่อให้บรรลุความสำเร็จทางเศรษฐกิจ หลักการของ creating shared value (CSV)  ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยังสร้างมูลค่าให้กับสังคมโดยการเข้าถึงความต้องการของสังคม การสร้างมูลค่าให้กับสังคม ยังสามารถกำหนดเป็นนโยบายและการปฏิบัติดำเนินงาน ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัท ในขณะเดียวกันก็สร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนได้ด้วย creating shared value (CSV)  มุ่งเน้นไปที่การสนใจและการขยายการเชื่อมต่อระหว่างสังคมและเศรษฐกิจที่ก้าวหน้า  ผู้เขียนกล่าวว่าการสร้างมูลค่าที่ใช้ร่วมกัน (CSV) ควรจะใช้แทนความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เป็นตัวชี้นำบริษัท ทั้งหลาย ที่จะ ทำการลงทุนในชุมชนนั้นๆโปรแกรมความรับผิดชอบต่อสังคม  (CSR) ให้ความสนใจในชื่อเสียงองค์กร และมีข้อจำกัดในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับธุรกิจ ซึ่งยากที่จะปรับและรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาว ระหว่างกันในทางตรงกันข้าม CSV  ป็นส่วนสำคัญในการทำกำไรและสร้างตำแหน่งทางการแข่งขันของ บริษัท พอร์เตอร์เป็นคนบัญญัติศัพท์คำว่า "ความรับผิดชอบต่อสังคมเชิงกลยุทธ์ "และกำหนดว่ามันเป็นมากกว่าแค่การเป็นพลเมืองที่ดี (ไมเคิล อี พอร์เตอร์) ไม่ว่าคุณจะเลือกและสื่อสารอย่างไรกับลูกค้าของคุณ ก็จงอย่าลืม กฎเหล็ก ที่ว่า Branding เกิดจาก ผู้บริโภคที่สะสมประสบการณ์ ที่คุณส่งมอบให้ นะคะ

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Marketing Model

เรื่องราวทฤษฎีที่ถ้าคุณรู้ ก็จะพาเที่ยวโลกของนักการตลาดได้ทั้งใบ
ไม่ว่าจะเป็นด้วยกระแส หรือ ด้วยแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรฐกิจและสังคมก็ตาม ที่ทำให้ในยุคปัจจุบันเกิดการแข่งขันด้านการตลาดและการสื่อสารการตลาดกันอย่างดุเดือด ต่างก็สรรหากลยุทธ์ที่สร้างความแตกต่าง ส่งผลให้ผู้บริโภคต่างก็มีทางเลือกมากขึ้น เพราะ มีตราสินค้าใหม่ๆและบริการใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในโลกใบนี้...นักการตลาด คืออาชีพที่มีอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหว พอๆกับ ความต้องการของผู้บริโภคที่เป็นหัวใจสำคัญของแผนงานและกลยุทธ์  วันนี้ เลยอยากเล่าต่อประสบการณ์เกี่ยวกับ ทฤษฎีการตลาดที่เจ้าพ่อและเจ้าแม่การตลาด คิดค้นต้นแบบ และให้กำเนิด  Marketing Model ของโลกแห่งการตลาดกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่า ถ้ารักจะทำอาชีพ นักการตลาด คุณ ต้องไม่พลาดที่จะรู้เรื่องเหล่านี้เพื่อเข้าสังคมและมีแนวคิดแบบเป็นระบบในโลกแห่งวิชาชีพ ใบใหญ่ใบนี้ ตามแนวทางของ นักการตลาดรุ่นใหญ่ของโลก วันนี้เรามารู้เท่าทัน นักการตลาดของโลกกันเถอะ ผ่านMarketing Model  12 Theory เรื่องราวทฤษฎีที่ถ้าคุณรู้ ก็จะพาเที่ยวโลกของนักการตลาดได้ทั้งใบ กับ 12 ทฤษฎีดังต่อไปนี้

1 Theory and Model in Marketing 
2 Consumer Behavior
3 Organizational Buying Models
4 Price
5 Product
6 Advertising
7 Promotion
8 Sale Force
9 Distribution
10 New Product Planning
11 Strategy
12 Decision Support and Implementation
(Prentice Hall,Englewood Cliffs,New Jersey 07632)
และด้วยแนวคิดแบบเป็นระบบที่ส่งผลต่อกิจกรรมทางการตลาด จากจุด หนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ต่างก็มีความสัมพันธ์กัน กันทั้งสิ้น เพราะโลกใบนี้ใครๆก็ต้องการความต่าง
มาร่วมค้นหาความต่างให้กับสินค้าและบริการด้วยการไล่ตามแนวคิด และปรับใช้กันนะคะ เพราะเส้นทางของนักมาร์เก็ตติ้ง...ในวันนี้เราต้องวิ่งให้ทันโลกที่หมุนเร็วและเชื่อมถึงกัน.....คะ






Here are 5 things to remember On Content Marketing

1.Make it Targeted 
“The aim of marketing is to know and understand the customer so well the product or service fits him and sells itself.”
2. Focus on Keywords
“Why waste a sentence saying nothing?” 
3.Make Sure it is Shareable 
“Every piece of your content should be excellent enough that customers are compelled to share it.” 
4.Give Value
"Give them quality. That’s the best kind of advertising.” 
5. Engage. Don’t Lecture.
  "Traditional marketing talks at people. Content marketing talks with them."